วันอาทิตย์ที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

ข้อมูลการท่องเที่ยวประเทศเกาหลีใต้

ข้อมูลการท่องเที่ยวประเทศเกาหลีใต้


ข้อมูลทั่วไป: ประเทศเกาหลีใต้ ตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือ ของทวีปเอเชีย มีเนื้อที่ประมาณ 99,208 ตารางกิโลเมตร เมืองหลวงของเกาหลีใต้ คือ กรุงโซล ประเทศนี้มีชุดประจำชาติ ที่เราๆต่างก็เคยเห็นกันใน หนังเกาหลีใต้ต่างๆเรียกว่า "ชุดฮันบก" ค่ะ การขอวีซ่า: เกาหลีใต้เป็นอีกประเทศหนึ่งที่นักท่องเที่ยวชาวไทย ไม่ต้องดำเนินการขอวีซ่าค่ะ และสามารถอยู่ในเกาหลีใต้ได้เป็น เวลานานถึง 90 วัน โดยไม่ต้องขอวีซ่าอีกด้วยนะคะ ภาษาที่ใช้: ประชาชนชาวเกาหลีใต้ใช้ภาษาเกาหลีใต้กันในชีวิตประจำวันค่ะ แต่ก็มีวัยรุ่นหนุ่มสาวยุคใหม่อยู่เป็นจำนวนมาก ที่สามารถพูดภาษาอังกฤษกับนักท่องเที่ยวได้ค่ะ ความแตกต่างของเวลา: เวลาที่ประเทศเกาหลีใต้จะเร็วกว่าประเทศไทยประมาณ 2 ชั่วโมงค่ะ ไปถึงที่เกาหลีใต้แล้วอย่าลืมเปลี่ยนเวลาด้วยนะคะ สภาพอากาศ: ประเทศเกาหลีใต้อยู่ในเขตอบอุ่นซึ่งมีอยู่ 4 ฤดูกาลใน 1 ปี ฤดูใบไม้ผลิ เริ่มตั้งแต่ปลายเดือนมีนาคมจนถึงเดือนพฤษภาคม ทำให้ทั่วประเทศเกาหลีใต้บานสะพรั่งไปด้วยดอกไม้ที่สวยงาม ฤดูร้อน (เดือนมิถุนายนถึงเดือนกันยายน) คือฤดูกาลแห่งแสงอาทิตย์ ชาวเกาหลีใต้จะนิยมออกนอกบ้านเพื่อมาพักผ่อนในวันหยุด ฤดูใบไม้ร่วง ระหว่างเดือนกันยายนถึงเดือนพฤศจิกายน ช่วงนี้อากาศจะเริ่มเย็นลงแล้วค่ะ ส่วนฤดูหนาว จะอยู่ในช่วงเดือนธันวาคมถึงกลางเดือนมีนาคม อากาศจะหนาวเย็นและมีหิมะตก ฤดูหนาวที่ เกาหลีใต้ ถือว่าเป็นฤดูท่องเที่ยวเลยก็ว่าได้ กิจกรรมสุดฮิตของนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเกาหลีใต้ในช่วงฤดูหนาว ก็คือการเล่นสกีค่ะ อย่างไรก็ตาม อย่าลืมเช็คสภาพอากาศก่อนออกเดินทางด้วยนะคะ ค่าเงิน และการธนาคาร:
สกุลเงินของเกาหลีใต้คือ วอน โดยเหรียญแบ่งออกเป็น 10, 50, 100 และ 500 วอนค่ะ ส่วนธนบัตรมีใบละ 1000, 5000 และ 10000 วอน อัตราแลกเปลี่ยน 1,000 วอน อยู่ที่ประมาณ 37 บาท ค่ะ ระบบไฟฟ้า: ในประเทศเกาหลีใต้ โดยทั่วไปแล้วจะใช้กระแสไฟฟ้า 110 โวลต์ค่ะ แต่หากเป็นที่โรงแรมในเกาหลีใต้ส่วนมาก ก็จะมีบริการให้ทั้ง 2 แบบ ก่อนเสียบปลั๊กควรตรวจสอบดูให้แน่ใจเสียก่อนนะคะ เพื่อความปลอดภัยค่ะ
ระบบ


โทรศัพท์: นักท่องเที่ยวสามารถใช้โทรศัพท์สาธารณะชนิดหยอดเหรียญได้โดยใช้เหรียญ 10, 50 และ 100 วอน หากเป็นโทรศัพท์ชนิดใช้บัตร มีตั้งแต่ 3000, 5000 และ 10000 วอน สำหรับอัตราค่าโทรศัพท์นั้น การโทรภายในประเทศอยู่ที่ 50 วอน ต่อ 3 นาที ส่วนค่าโทรศัพท์ทางไกลและข้ามประเทศจะแตกต่างกันตามระยะทางค่ะ สำหรับการโทรเข้าประเทศไทย ค่าโทรจะประมาณนาทีละ 400 วอนค่ะ


หมายเลขโทรศัพท์ที่สำคัญ: 1. ตำรวจ: 112 2. หน่วยดับเพลิง: 119 3. ฝ่ายบริการประชาชน ของสูญหาย: 295-1282, 299-1282
การเดินทาง: การเดินทางมาเที่ยวเกาหลีใต้โดยทางเครื่องบิน มีเที่ยวบินของสายการบินนานาชาติหลายสาย เพื่อให้บริการนักท่องเที่ยวเป็นประจำค่ะ ประเทศเกาหลีใต้มีท่าอากาศยานนานาชาติอยู่ 3 แห่งด้วยกัน คือ ท่าอากาศยานนานาชาติคิมโป ใกล้กรุงโซล คิมแฮ ใกล้พูซาน และเชจู บนเกาะเชจู ส่วนท่าเรือเดินสมุทรก็มีหลายแห่งเช่นกันค่ะ สำหรับการเดินทางภายในเกาหลีใต้นั้น ประกอบด้วย


ทางอากาศ: ประเทศเกาหลีใต้มีสายการบินภายในประเทศ ที่บริการบินเชื่อมโยงระหว่างเมืองใหญ่ๆ ทางบก: การโดยสารรถแท็กซี่ภายในเมืองต่างๆ นับว่าสะดวกสบายทีเดียวค่ะ เพราะมีรถแท็กซี่เป็นจำนวนมากและราคาก็ไม่แพงมากด้วย ซึ่งรถแท็กซี่เหล่านี้ จะคิดราคาโดยใช้ระบบมิเตอร์เหมือนที่บ้านเราเลยนะคะ การเดินทางโดยรถเช่า ก็สามารถทำได้ค่ะ หรือจะเป็นรถทัวร์ ก็มีเครือข่ายกระจายอยู่ทั่วทุกภาคของเกาหลีใต้อีกด้วยค่ะ ส่วนการคมนาคมขนส่ง


ทางรถไฟ: ในแต่ละเมือง จะมีบริการไปยังสถานีต่างๆเชื่อมโยงถึงกันเกือบทุกส่วนของประเทศ อย่างไรก็ตาม ตารางการเดินรถและตารางเวลาของ รถไฟ และ รถทัวร์ จะถูกแสดงเป็นภาษาเกาหลีใต้เพียงภาษาเดียว จึงถือเป็นปัญหาสำคัญสำหรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติค่ะ ใครไปเที่ยวเองโดยไม่ได้ไปกับทัวร์คงต้องหาคนแถวนั้นถามดูนะคะ


ข้อแนะนำพิเศษ: การเดินทางภายในประเทศโดยใช้เครื่องบิน จะต้องเสียภาษีสนามบินภายในประเทศ 3000 วอน โดยการชำระที่เคาน์เตอร์เช็คอินของสายการบินค่ะ แต่เด็กที่มีอายุต่ำกว่า 2 ปี จะได้รับการยกเว้นไม่ต้องเสียภาษีสนามบินค่ะ ในส่วนของการให้ทิป ที่ประเทศเกาหลีใต้ ไม่มีธรรมเนียมปฏิบัติว่าจะต้องให้ทิป นอกเสียจากว่าจะได้รับบริการพิเศษ เช่น ขนกระเป๋า บริการจากคนขับรถ บริการจากไกด์ท้องถิ่น เป็นต้น
อาหารท้องถิ่น: อาหารในประเทศเกาหลีใต้มีความแปลกตา และแตกต่าง จากอาหารของประเทศอื่น เนื่องจากสภาพภูมิอากาศ ที่แตกต่างจากประเทศในแถบเอเชียด้วยกัน อาหารส่วนใหญ่จึงเน้น เพื่อสุขภาพและบำรุงร่ายกาย โดยอาหารมักออกรสชาติจืด ไปซักหน่อยนะคะ แต่ก็มีเครื่องเคียงต่างๆ เพื่อเป็นการเพิ่มรสชาติค่ะ
อาหารที่รู้จักกันดีของเกาหลีใต้ คือ คิมซี หรือผักดองนั่นเอง ซึ่งมีหน้าตาที่หลากหลาย ขึ้นอยู่กับประเภทของผักและกรรมวิธีการทำ ค่ะ อาหารที่ขึ้นชื่ออีกชนิดคือ บุลโกกิก หรือที่เรารู้จักกันในชื่อของ หมูย่างเกาหลีใต้ จะมีรสชาติออกหวาน จึงเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยว จำนวนไม่น้อยค่ะ ท่านสามารถลองหาทานอาหารรสเลิศเหล่านี้ได้ตาม ร้านอาหารทั่วไป หรือ ภัตตาคารภายในที่พักในเกาหลีใต้ของท่านค่ะ


แหล่งช้อปปิ้ง: การจับจ่ายซื้อสินค้าในเกาหลีใต้นั้น สินค้าที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยว คือสินค้าพื้นเมืองทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า เนคไท ผ้าพันคอ กระเป๋า เครื่องหนัง โสมเกาหลีใต้ และของที่ระลึกต่างๆ แต่ถ้าต้องการซื้อสินค้านานาชนิดจากทั่วทุกมุมโลก นักท่องเที่ยวก็สามารถหาซื้อได้ที่ร้านค้าปลอดภาษี หรือห้างสรรพสินค้าค่ะ
สถานที่เที่ยว *** YONGBOK PALACE-NATIONAL FOLKLORE MUSEUM-PASSBY THE PRESIDENTIAL PALACE, BLUEHOUSE

พระราชวังเคียงบ๊อก พิพิธภัณท์พื้นบ้านพระราชวังเคียงบ๊อกสร้างขึ้นในปี ค.ศ.1394 สมัยราชวงศ์โซซอน เป็นศูนย์ บัญชาการและที่ประทับของกษัตริย์เมื่อสมัย600ปีก่อนเยี่ยมชมท้องพระโรงพลับพลากลางน้ำ ภายในพระราชวังมี พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านที่จำลองชีวิตความเป็นอยู่ตลอดจนศิลปวัฒนธรรมของชนชาติเกาหลีในอดีต ตลอดจนผ่านชม ทำเนียบและบ้านประธานาธิบดีคนปัจจุบัน สุดปลายทางด้านเหนือของ ถนนเซจองโน เราจะเห็น พระราชวังเคียงบกคุง ตั้งโดดเด่นเป็นสง่า นี่คือ พระราชวังเคียงบกคุง ที่เก่าแก่ที่สุดของราชวงศ์โซซอน ซึ่งคุณจะได้ซึมซับประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และวิถีชีวิตของชาวเกาหลีอย่างลึกซึ้ง ในบริเวณพระราชวังนี้เป็นที่ตั้งของ พิพิธภัณฑ์แห่งชาติเกาหลี และ พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านแห่งชาติ ณ ที่สองแห่งนี้นักท่องเที่ยวจะได้เที่ยวชมลักษณะเด่น ๆ ทางวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ของเกาหลี และวิถีชีวิตความเป็นอยู่ในอดีต ไม่ว่าจะเป็น พระที่นั่งคึนจองจอน ศาลาเคียงฮวยรู ซึ่งตั้งอยู่กลางสระ ศาลายางวอนจอง หรืออาคารสิ่งปลูกสร้างอื่นหลายอาคาร ล่วนแล้วแต่แสดงถึงสถาปัตยกรรมอันงดงามและแวดล้อมด้วยทัศนียภาพเขียวขจีของสวนอันน่าอภิรมย์ ประตูจอนชุมมุน เเป็นประตูด้านตะวันออกของพระราชวัง จะเปิดออกสู่ ถนนซัมจองดองกิล ที่มีร้านขาย ฮันบก (ชุดประจำชาติ) และหอแสดงศิลปะหลายแห่ง ทางด้านเหนือสุดของถนนซัมจองดองกิล ซึ่งยาวออกไป 1 กม. ผ่านด้านหน้าของทำเนียบ ชองวาแด อันครึ้มไปด้วนต้นไม้ใหญ่ ซึ่งแผ่กิ่งก้านมาบรรจบกันตรงกลางถนนและมีสวนหย่อมตกแต่งงดงามอยู่ข้างทางหลายแห่ง จึงเป็นที่ที่จะเดินเล่นได้อย่างสบายอารมณ์ พอไปถึงปลายถนนเราก็จะเห็นสวน โรสออฟเชรอน และหอประชุมชุมชน เฮียวจาดองซารางบาง ซึ่งแสดงของกำนัลต่าง ๆ ที่ประธานาธิบดีคนก่อน ๆ ของเกาหลีได้รับและประวัติโดยละเอียดของกรุงโซล ประวัติของพระราชวัง สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1394 เพื่อเป็นพระราชวังหลักของราชวงค์โชซอน อันเป็นราชวงศ์ที่สถาปนาขึ้นโดยกษัตริย์ แทโจ ในจำนวนพระราชวังทั้ง 5 ที่สร้างขึ้นในราชวงศ์นี้ พระราชวังเคียงบกคุง ถือเป็นพระราชวังที่สวยงามและยิ่งใหญ่ที่สุด


ทะเลสาบชงจู (Chung ju LAKE ) - ท่องเที่ยวเกาหลี ประเทศเกาหลี ทะเลสาปชงจู ตั้งอยู่ในเมืองชงจู พื้นที่เป็นเกษตรกรรม โดยมีพื้นที่ครอบคลุมประมาณ 983.73 กม. มีประชากรประมาณ 220,000 คน มีแหล่งท่องเที่ยวและความงามหลายแห่ง ไม่ว่าจะเป็นสถานที่อาบน้ำแร่ วนอุทยานแห่งชาติวอรัค สถานที่ประวัติศาสตร์ สนามกอล์ฟ ตกปลา เป็นต้น สถานที่ล่องเรือมีหลายจุด ทะเลสาปชงจูแห่งนี้ ทางรัฐบาลเกาหลีสร้างขึ้นเพื่อใช้เก็บกักน้ำไว้ใช้ในหน้าแล้ง โดยน้ำในนี้เป็นส่วนหนึ่งของ แม่น้ำนัมฮัน ปกติจะจุน้ำได้ประมาณ 30,000 ลูกบาศก์เมตร มีความลึกประมาณ 40 - 60 เมตรแล้วแต่ฤดู สังเกตได้จากระดับหิน ส่วนที่ลึกที่สุดประมาณ 130 เมตร น้ำในทะเลสาปจะไหลลงสู่ แม่น้ำฮัน ใน กรุงโซล ซึ่งเทศบาล กรุงโซล จะใช้น้ำส่วนนี้ไปทำน้ำประปาใช้ การล่องเรือชมวิวที่ยาวที่สุดคือเส้นทางทางชงจูสู่ ทันยาง ระยะทางกว่า 52 กม. ท่านจะได้สัมผัสกับความงามที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ ไม่ว่าจะแม่น้ำที่ใสสะอาด หินรูปร่างต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นเมื่อหลายพันปีที่แล้วตามคำกล่าวของท่าน อีหวั่น และชมสิ่งมหัศจรรย์อันดับหนึ่งของ ทันยาง ทะเลสาบชงจู (Chung ju) เป็นทะเลสาบธรรมชาติ ใหญ่เป็นอันดับสองของเกาหลี รองจากทะเลสาบโซยัง มีความยาวประมาณ 78 กิโลเมตร รอบ ๆ ทะเลสาบมีหน้าผาหินรูปร่างต่าง ๆ เป็นความงดงามที่ธรรมชาติได้สร้างสรรค์ไว้เมื่อหลายพันปีที่แล้ว ที่โดดเด่นที่สุดได้แก่หน้าผาไผ่สวรรค์ ที่มีรูปร่างคล้ายกอไผ่มีสีเขียว จัดเป็นสิ่งมหัศจรรย์อันดับหนึ่งของเมืองทันยาง นอกจากนี้ก็มีหน้าผารูปเต่า หินรูปปลาวาฬ หินหน้าคน หินรูปนิ้วโป้ง หรือที่คนเกาหลีเรียกว่า “ตาบอง” นอกจากนี้ยังมีสุสานของทูยัง เจ้าของตำนานรักต่างชนชั้นกับอีหวั่น กวีและนักปกครองคนสำคัญของเกาหลี ใช้เวลาในการล่องเรือชมความงามในทะเลสาบ


อาหารเกาหลี



김치 (คนเกาหลีอ่านว่า คิมชี นะ ไม่ใช่กิมจิ) - พูดถึงอาหารเกาหลี ไม่พูดถึงกิมจิ คงโดนคนเกาหลีกระทืบตายเป็นแน่แท้ มันก็คือผักดองปรุงรส ซึ่งสามารถนำผักเกือบทุกชนิดมาทำเป็นกิมจิได้ ในรูปนี่เป็นกิมจิผักกาดดองนะ



불고기 (พุลโกกี) - เนื้อย่างเกาหลีอันเลื่อง ชื่อนั่นเอง คนที่ไปกินมาแล้ว การันตีทุกคนว่าเหนือชั้นกว่าหมูกระทะที่เมืองไทย (สุดๆว้อย) เพราะจะเป็นเนื้อที่หมักอย่างดี และหอมหวานชวนน้ำลายสอ ถ้าไปกินหลายๆคน ต้องเกิดเหตุการณ์เอาตะเกียบตบกันแย่งเนื้อ
김밥 (คิมบับ) - ข้าวห่อสาหร่าย ตอนแรกจะเป็นแท่งยาวๆ แล้วเค้าก็จะหั่นเป็นชิ้นๆพอดีคำ จิ้มกะโชยุญี่ปุ่นหรือวาซาบิก็ได้ ตามร้านอาหารก็จะมีทำเป็นพิเศษหน่อย คือมีผัดซอสมาให้จิ้มราดด้วย แล้วแต่ร้าน

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น